free simple site templates

โรคภูมิแพ้ (Allergy)

โรคภูมิแพ้ (Allergy) คืออะไร

            ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายมีหน้าที่จดจำสิ่งแปลกปลอมที่จะเข้าสู่ร่างกายเรา และสร้างภูมิคุ้มกันขึ้นชนิดหนึ่งที่มีคุณสมบัติเป็นโปรตีนเรียกว่า ไอ-จี-อี (IgE) และเมื่อร่างกายได้รับสารก่อภูมิแพ้ (Allergen) เข้าไปอีก สารก่อภูมิแพ้จะเข้าจับ ไอ-จี-อี (IgE) ซึ่งอยู่บนเม็ดเลือดขาว ทำให้เม็ดเลือดขาวนั้นแตกออก และปล่อยสารชนิดหนึ่งเรียกว่า ฮีสตามีน (Histamine) ออกมา ส่งผลต่อเนื้อเยื่อต่างๆ ทำให้เกิดการอักเสบได้ เช่น ผิวหนัง ปอด จมูก ลำไส้ จะแสดงอาการ เช่น ลมพิษที่ผิวหนัง คัดจมูก แน่นหน้าอก เนื่องจากหอบหืด บางรายอาจจะรุนแรงถึงกับเสียชีวิตได้ (Anaphylaxis shock)

สารก่อภูมิแพ้ (Allergen) คืออะไร

            คือสารที่ทำให้ผู้ป่วยเกิดอาการของโรคภูมิแพ้ (Allergy) ซึ่งอาจเป็นสารที่ร่างกายได้รับโดยการฉีด กิน หายใจ หรือ สัมผัส มีทั้งสารก่อภูมิแพ้ (Allergen) ในบ้าน เช่น ไรฝุ่น แมลงสาบ ขนและรังแคของสัตว์ เชื้อรา และสารก่อภูมิแพ้ (Allergen) นอกบ้าน เช่น เกสรหญ้า ควันและฝุ่นต่างๆรวมถึงสารก่อภูมิแพ้ (Allergen) ในอาหารบางประเภทเช่น อาหารทะเล จำพวก กุ้งมังกร, หอยนางรม, ปลาแซลม่อน, ปลาซาร์ดีน, ปลาทูน่า เป็นต้น

คนเราเป็นโรคภูมิ (Allergy) ได้อย่างไร

-    กรรมพันธุ์ ผู้ที่มีประวัติในครอบครัว เช่น พ่อแม่ พี่น้อง สามารถถ่ายทอดได้ 50-60%
- สิ่งแวดล้อมสามารถกระตุ้นให้เกิดปฏิกิริยาในร่างกายได้ซึ่งจะต้องได้รับสารก่อภูมิแพ้ (Allergen) ปริมาณมากและระยะเวลานาน ปัจจัยทางสิ่งแวดล้อมดังกล่าว ได้แก่การสัมผัส การติดเชื้อ การสูบบุหรี่ การได้รับจากนมแม่ มลพิษ เป็นต้น
- การติดเชื้อไวรัสในเด็ก
- การขาดโปรไบติกในลำไส้ เช่น การมีเชื้อแลคโตบาซิลัส (Lactobacillus)  ในลำไส้จะลดอุบัติการณ์ของโรคภูมิแพ้ (Allergy) ได้ เป็นต้น

อาการของคนที่เป็นโรคภูมิแพ้ (Allergy) จะมีลักษณะอย่างไร

- ผื่นที่ผิวหนัง เช่น ผื่นแพ้ ลมพิษ คันตามผิวหนัง
- คัดจมูก น้ำมูกไหล จาม เคืองจมูก
- ไอ แน่นหน้าอก หายใจมีเสียงหวีด โรคหอบหืด
- เคืองตาและตาแดง
- บวมรอบปาก อาเจียนและถ่ายเหลว
- แสบคอ น้ำมูลไหลลงคอ หูอื้อ

จะรู้ได้อย่างไรว่าเด็กเป็นโรคภูมิแพ้ (Allergy)

โรคภูมิแพ้ (Allergy) ในเด็ก ไม่สามารถบอกได้ ซึ่งท่านผู้ปกครองต้องสังเกตอาการของเด็กโดยดูจากสภาพร่างกายผิวหนัง และลักษณะใบหน้า เด็กที่เป็นโรคภูมิแพ้ (allergy) มักจะมีขนาดตัวเล็กกว่าเด็กทั่วไป ลักษณะอาการมีดังนี้
- มีขอบตาดำคล้ำ เนื่องจากเส้นเลือดดำที่ขอบตาขยายและรอยย่นที่ใต้หนังตาล่าง
- คัดจมูกและโรคหอบหืด มีเพดานปากสูงขึ้น ฟันบนยื่นออกมา
- เด็กที่เป็นโรคภูมิแพ้ (Allergy) จะมีอาการคันจมูก มักจะเอาฝ่ามือเช็ดจมูกอยู่ตลอดเวลา ทำให้เกิดรอยย่นที่ดั้งจมูกและมักจะทำให้เด็กต้องย่นหน้าและจมูกเหมือนตัวตลก
- ผิวหนังของเด็กมักจะแห้งและหยาบ โดยเฉพาะผิวหนังบริเวณแก้ม แขน หน้าอก และข้อพับจะมีรอยเกาเป็นผื่นบางรายมีน้ำเหลืองซึม
- เด็กจะเคืองตาและขยี้ตาอยู่ตลอดเวลา เยื่อบุตาจะบวม
- เด็กที่คัดจมูกอยู่ตลอดเวลา ทำให้เกิดหู้ชั้นกลางอักเสบมีหนองไหลออกจากหู
- น้ำมูกไหลลงคอตลอดเวลา ทำให้เด็กระคายคอ บางราย ไอเรื้อรัง

ตรวจหาสาเหตุของโรคภูมิแพ้ได้อย่างไร

1. Allergen Skin Pick Test การทดสอบภูมิแพ้ทางผิวหนัง ใช้เข็มสะกิดผิวทำให้เป็นแผลแล้วหยดสารที่สงสัยว่าจะเป็นสารก่อภูมิแพ้ (Allergen) บนผิวหนัง รอดูผลซึ่งจะเกิดผื่นลมพิษบริเวณดังกล่าว ภายในเวลา 10-15 นาที
2. การตรวจหา Specific IgE จากเลือด วิธีนี้คือการทดสอบหาปฏิกิริยา จำเพาะระหว่างสารภูมิต้านทานของร่างกาย IgE กับสารก่อภูมิแพ้ (Allergen) โดยการเจาะเลือดแล้วแยกน้ำเหลือง และทำการทดสอบกับสารภูมิแพ้ เพื่อจำแนกได้ว่าเกิดการแพ้จากสารก่อภูมิแพ้ชนิดใด ข้อดีของการทดสอบวิธีนี้คือ ไม่ต้องได้รับสารก่อภูมิแพ้ (Allergen) เข้าสู้ร่างกายเหมือนวิธีแรก จึงไม่เป็นอันตรายต่อผู้ป่วยและไม่มีข้อจำกัดเรื่องการตอบสนองของผิวหนังในเด็กเล็กหรือผู้สูงอายุ และยังใช้เป็นหลักฐานในการติดตามการรักษาด้วยวิธีการปรับภูมิคุ้มกัน (ImmunoTherapy) ได้ด้วย ซึ่งชุดตรวจสอบที่ทดสอบกับสารก่อภูมิแพ้ (Allergy Test Multi Mixed Allergens) แบ่งเป็น 20 กลุ่มดังนี้
1.) กลุ่มพืชตระกูลกระถิน, ไมยราพ, ยูคาลิปตัส,ต้นหม่อน
2.) กลุ่มหญ้าแพรก, หญ้าทิโมธี, ข้าวโพด, ข้าวไรย์
3.) กลุ่มแมลงสาบ
4.) กลุ่มผลิตภัณฑ์นมผง, นมพลาสเจอร์ไรซ์, โปรตีนจากนม
5.) กลุ่มไรฝุ่นชนิดต่างๆ
6.) กลุ่มสะเก็ดรังแคหรือขนสัตว์ สุนัข, แมว, หนู, วัว
7.) กลุ่มแมลง, ผึ้ง, ตัวต่อ,ตัวแตน, ยุง, มด, มดคันไฟ
8.) กลุ่มเชื้อราภายนอกอาคาร
9.) กลุ่มเชื้อราภายในอาคาร
10.) กลุ่มเชื้อราเพนนิสซีเลียม, คริสโซจีนัม, ยีสต์แคนดิดา
11.) กลุ่มไข่แดง, ไข่ขาว
12.) กลุ่มอาหารและธัญพืช ข้าวจ้าว, แป้งสาลี, ถั่วเหลือง, ข้าวโอ๊ต
13.) กลุ่มปู
14.) กลุ่มอาหารทะเล กุ้งมังกร, หอยนางรม, ปลาแซลม่อน, ปลาซาร์ดีน, ปลาทูน่า
15.) กลุ่มถั่วนัทต่างๆ เมล็ดอัลมอนด์, มะม่วงหิมพานต์, เกาลัด, มะพร้าว, ถั่วลิสง
16.) กลุ่มพริกไทย, มัสตาร์ด, กระเทียม, พริกปาปริก้า
17.) กลุ่มเนื้อไก่, เนื้อเป็ด, เนื้อไก่งวง
18.) กลุ่มเนื้อวัว, เนื้อหมู, เนื้อแกะ
19.) กลุ่มน้ำยางธรรมชาติ
20.) กลุ่มกาแฟ, ช็อคโกแลต, ยีตส์สำหรับขนมปัง

© Copyright 2019 Thonburi Lab Center Co., Ltd. - All Rights Reserved